กล้อง DSLR ยี่ห้อไหนดี ในปี 2017?

กล้อง DSLR ยี่ห้อไหนดี?

บทความรีวิวนี้จะมาพูดถึงกล้อง DSLR หรือที่เรียกภาษาไทยยาว ๆ ว่า “กล้องดิจิตอลแบบสะท้อนเลนส์เดียว” ที่หลายคนอาจกำลังมองหาอยู่ เพราะต้องการถ่ายรูปให้ได้ภาพขั้นเทพขึ้นนั่นเอง กล้อง DSLR นั้นเป็นกล้องที่พัฒนามาเพื่อการถ่ายภาพแบบช่างภาพมืออาชีพ ดังนั้น ลักษณะการใช้งานและวัตถุประสงค์ของการถ่ายภาพนั้น อาจจะแตกต่างออกไปจากการใช้กล้องคอมแพ็คธรรมดา หรือแม้แต่กล้อง Mirrorless บ้างเล็กน้อย แต่สำหรับมือใหม่ที่อยากลองกล้องชนิด DSLR ก็ลองอ่านรีวิวนี้ดู รับรองว่าคุ้มค่ากับเวลา

การเลือกประเภทกล้องก็เหมือนกับการเลือกซื้อสิ่งสำคัญหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต ที่บางครั้งคุณไม่อาจเปรียบเทียบได้ว่าสิ่งไหนดีกว่ากัน ขาไม่ได้ดีไปกว่าแขน และแขนก็ไม่ได้ดีไปกว่าขา แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้งานสิ่งเหล่านี้ทำอะไรต่างหาก เช่นเดียวกันกับกล้องถ่ายรูปแนว High-end เหล่านี้ ที่ส่วนใหญ่แล้วการเลือกกล้องนั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของคุณ แต่ถ้าคุณเป็นมือใหม่หัดใช้งานแล้วล่ะก็ คุณควรหาข้อมูลเกี่ยวกับกล้องชนิดนี้จากหลาย ๆ แหล่งและทำการเปรียบเทียบว่ารุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานของตัวเองมากที่สุด วันนี้จะยกตัวอย่างกล้อง DSLR มาให้ดูกัน 7 ยี่ห้อ โดยที่เป็นรุ่นและแบรนด์ที่นิยม และเป็นกล้อง DSLR ที่แนะนำกันในหมู่ช่างภาพมืออาชีพ

  1. Nikon D5300
  2. Sony Cyber Shot DSC-H300
  3. Nikon D7200
  4. Canon EOS 1300D
  5. Canon EOS 100D
  6. Nikon D5500
  7. Canon EOS 700D

1. Nikon D5300

Nikon D5300

กล้อง DSLR เทคโนโลยี EXPEED 4 พร้อมเชื่อมต่อ Wi-Fi และ GPS

ขนาด: 12.5 x 9.8 x 7.6 เซนติเมตร | น้ำหนัก: 0.53 กิโลกรัม | หน้าจอ: TFT LCD จอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว พับหมุนได้ | ความละเอียด: 24.2 ล้านพิกเซล | เซนเซอร์: ประเภท CMOS แบบ APS-C (1.6x Crop Factor) | ช่องมองภาพ: มี | รับประกัน: มี

กล้องตัวนี้เหมาะกับทั้งการถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารทั้งผ่าน Wi-Fi และ GPS โดยสามารถควบคุมตัวกล้องผ่านแอปพลิเคชั่น Wireless Mobile Utility ได้ กล้องในตระกูล Nikon รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ใช้ระบบประมวลผลภาพด้วยเทคโนโลยี EXPEED 4 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ ทำให้ได้ภาพที่คุณภาพสูง และทำให้ประมวลผลถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็ว เซนเซอร์ของกล้องเป็นประเภท CMOS ที่มีความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล กล้องรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยเน้นการถ่ายภาพคุณภาพสูงโดยจะช่วยปรับความสมดุลของแสงสีขาว รวมถึงให้สีอื่นที่อิ่มเอิบและทำให้ภาพมีความคมชัดมากขึ้นในขณะที่ปรับให้ภาพนุ่มนวล ส่วนการบันทึกภาพนั้นจะบันทึกภาพ Raw 12 บิทที่พร้อมให้ความละเอียดสูงสุด

ความไวแสงของกล้องรุ่นนี้ครอบคลุมอยู่ที่ ISO100 – ISO12800 และสามารถเพิ่มขยายได้ถึง 25600 ในกรณีที่แสงต่ำมาก พร้อมทั้งลดเสียงลงได้อย่างมาก ส่วนช่องมองภาพของกล้องครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 95 ช่วยให้สามารถเห็นภาพที่ถ่ายได้อย่างครบถ้วน จุดโฟกัสอัตโนมัติของกล้องรุ่นนี้สามารถจับโฟกัสอัตโนมัติได้ 9 จุด และ Cross-type มีเฉพาะตรงกลาง ระบบวัดแสงของกล้องจะสามารถเฉลี่ยแสงแบบทั้งภาพโดยจะเน้นที่บริเวณกลางภาพ กล้องรุ่นนี้มาพร้อมแฟลชที่เปิด-ปิดได้ในตัว และสามารถเชื่อมต่อแฟลชจากภายนอกเข้าเพื่อใช้งานกับตัวกล้องได้

ข้อดีข้อเสีย
➕ เทคโนโลยี EXPEED 4
➕ เชื่อมต่อ Wi-Fi
➕ เชื่อมต่อแฟลชจากภายนอกได้

Nikon D5300

Nikon D5300

25,300 บาท

ราคาปกติ 34,500 บาท

ประหยัดทันที 27%

2. Sony Cyber Shot DSC-H300

Sony Cyber Shot DSC-H300

กล้อง DSLR ราคาถูก คุณภาพเยี่ยม ซูมออปติคอลจุใจ 35X

ขนาด: 12.8 x 8.9 x 9.2 เซนติเมตร | น้ำหนัก: 0.59 กิโลกรัม | หน้าจอ: ClearPhoto TFT LCD 3 นิ้ว | ความละเอียด: 20.1 ล้านพิกเซล | เซนเซอร์: Super HAD CCD | ช่องมองภาพ: หน้าจอดิจิตอล | รับประกัน: มี

สำหรับกล้อง Sony นั้นเชื่อว่าช่างภาพมืออาชีพหลายคนคงเคยลองใช้งานมาแล้วในระดับหนึ่ง ส่วนช่างภาพมือสมัครเล่นที่ยังไม่คุ้นเคยกับกับ Sony เท่าไหร่ก็ลองอ่านรีวิวนี้ดูว่าชอบฟังก์ชั่นของกล้อง DSLR Sony รุ่น DSC-H300 หรือไม่

กล้องรุ่นนี้ขึ้นชื่อว่ามีประสิทธิภาพในการซูมโดยที่ยังคงรายละเอียดของภาพไว้ได้มาก ตระกูล Cyber-shot รุ่น DSC-H300 นี้ให้พลังการซูมออปติคอลถึง 35X ทำให้เมื่อถ่ายภาพระยะไกลด้วยการซูมมีความละเอียดและได้ภาพที่สวยงามมากขึ้น และยังสามารถซูมเลนส์ในขณะถ่ายวิดีโอได้ด้วย เซนเซอร์ของกล้องเป็นแบบ Super HAD CCD ที่มีความละเอียด 20.1 ล้านพิกเซล ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้นก็ทำได้ง่ายจากกล้องรุ่นนี้ โดยที่เลื่อนนิ้วไปสัมผัสที่ปุ่มถ่ายวิดีโอก็เริ่มถ่ายได้เลย กล้อง DSLR รุ่นนี้สามารถถ่ายวิดีโอ MP4 ได้ที่ 30 เฟรมต่อวินาที โดยสามารถถ่ายวิดีโอระดับ HD ได้ โหมดที่โดดเด่นอีกโหมดหนึ่งของกล้อง DSLR ของ Sony รุ่นนี้คือการถ่ายภาพพาโนรามาที่ทั้งถ่ายง่ายและให้ภาพที่คมชัด นอกจากนี้ตัว Sony เองยังออกแบบกล้อง DSLR รุ่นนี้มาให้เหมาะกับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว เช่น ภาพกีฬา ภาพสัตว์ป่า ภาพนกที่กำลังบิน วัตถุเคลื่อนไหวเร็วต่าง ๆ โดยมีโหมด Optical SteadyShot ที่ให้ช่างภาพทั้งหลาย แม้ไม่ใช่มืออาชีพ ก็สามารถถ่ายภาพคุณภาพสูงโดยที่ภาพไม่เบลอได้ และช่วยลดความพร่ามัวของภาพด้วยแม้ในขณะที่แสงน้อย

อีกอย่างที่โดดเด่นสำหรับกล้อง DSLR รุ่นนี้ก็คือ ส่วนโค้งเว้าของรูปลักษณ์ภายนอกกล้องที่ออกแบบมารองรับการจับและสัมผัสกับตัวกล้อง ให้ความรู้สึกถึงความแนบแน่นไปกับมือช่างภาพและให้ความรู้สึกมั่นคงและมั่นใจเมื่อถ่ายภาพ (ว่ากล้องจะไม่หลุดจากมือ) ถือเป็นการออกแบบที่ค่อนข้างล้ำหน้าและเป็นไปตามลักษณะการใช้งานกล้องถ่ายรูปในปัจจุบันมากขึ้น

ข้อดีข้อเสีย
➕ ซูมออปติคอล 35X➖ ฟังก์ชั่นการใช้งานมีไม่ค่อยหลากหลายนัก
➕ ราคาไม่แพง
➕ ดีไซน์รับสัมผัสได้เป็นอย่างดี

Sony Cyber Shot DSC-H300

Sony Cyber Shot DSC-H300

6,480 บาท

ราคาปกติ 8,780 บาท

ประหยัดทันที 26%

3. Nikon D7200

Nikon D7200

กล้อง DSLR ฟังก์ชั่นครบ กล้องถ่ายภาพแบบมืออาชีพตัวจริง

ขนาด: 13.55 x 10.65 x 7.60 เซนติเมตร | น้ำหนัก: 0.675 กิโลกรัม | หน้าจอ: 3.2 นิ้ว ใช้งานในแนวทะแยงได้ | ความละเอียด: 24.2 ล้านพิกเซล | เซนเซอร์: CMOS DX | ช่องมองภาพ: แบบสะท้อนเลนส์เดียวที่มีปริซึมห้าเหลี่ยมระดับสายตา | รับประกัน: มี

มาดูอีกรุ่นของกล้องสำหรับถ่ายภาพแบบมืออาชีพของตระกูล Nikon กันบ้าง ซึ่งรุ่นนี้จะเรียกได้ว่าเป็นกล้องรุ่นฟังก์ชั่นเต็มก็ว่าได้ เนื่องจากออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายรูปแบบ รวมถึงการถ่ายภาพในสถานการณ์ที่ Extreme ได้โดยไร้ปัญหา กล้อง DSLR ของ Nikon รุ่นนี้ใช้ระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง EXPEED 4 ที่ทำให้สามารถถ่ายภาพคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเซนเซอร์ที่โฟกัสอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำถึง 51 จุดด้วยเทคโนโลยี Advanced Multi-CAM 3500 II ทำให้ได้ภาพที่คมชัดแม้ถ่ายในบริเวณที่แสงน้อย ความละเอียดที่กล้องถ่ายภาพได้สูงสุดคือ 24.2 ล้านพิกเซล และสามารถถ่ายวิดีโอ HD ได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1080/60p ระบบแสดงภาพเป็นแบบ AF พร้อมมีกากบาท 15 ตัว ซึ่งเรียกได้ว่ามีความสามารถในการจับภาพค่อนข้างสูงเลยทีเดียว นอกจากนี้ กล้องรุ่นนี้ยังมีความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องได้ถึง 100 ภาพที่ความเร็ว 6 เฟรมต่อวินาที ทำให้สามารถถ่ายภาพยาก ๆ อย่างภาพลำแสงได้

ฟังก์ชั่นที่กล้อง DSLR นิยมพัฒนากันออกมาอีกฟังก์ชั่นหนึ่งคือการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสาร โดยที่รุ่นนี้ให้ช่างภาพสามารถส่งภาพผ่านได้ทั้ง Wi-Fi และ NFC โดยที่ตัวหลังนี้ใช้สำหรับการส่งไฟล์ที่มีขนาดใหญ่นั่นเอง ภายในตัวกล้องจะมีระบบทำความสะอาดตัวเองเพื่อป้องกันฝุ่นละอองเกาะที่เซนเซอร์ แต่ทั้งนี้ต้องใช้ซอฟท์แวร์ Capture NX-D กระจกในตัวกล้องเป็นแบบดีดกลับเอง มีช่องสำหรับรับการเชื่อมต่อแฟลชจากด้านนอก จุดโฟกัสอัตโนมัติสูง 51 จุด รวมถึงมีระบบปรับแสงขาวอัตโนมัติด้วย รวมถึงมีฟังก์ชั่นการถ่ายภาพเหลื่อมเวลาด้วย

ข้อดีข้อเสีย
➕ ระบบประมวลผล EXPEED 4➖ ราคาค่อนข้างสูง
➕ ถ่ายวิดีโอ HD
➕ ฟังก์ชั่นสำหรับทุกสถานการณ์

Nikon D7200

Nikon D7200

35,990 บาท

ราคาปกติ 45,990 บาท

ประหยัดทันที 22%

4. Canon EOS 1300D

Canon EOS 1300D

กล้อง DSLR ถ่ายภาพทุกระดับแสง เชื่อมต่อ Wi-Fi และ NFC

ขนาด: 12.9x 10.1x 7.76 เซนติเมตร | น้ำหนัก: 0.485 กิโลกรัม | หน้าจอ: TFT LCD 3 นิ้ว | ความละเอียด: 18 ล้านพิกเซล | เซนเซอร์: CMOS | ช่องมองภาพ: ช่องมองภาพทั่วไป + หน้าจอ | รับประกัน: มี

ตอนนี้ถึงคราวมาเล่าถึงกล้อง DSLR ในตระกูล Canon เจ้าแม่แห่งวงการถ่ายภาพกันบ้าง โดยที่รุ่นนี้มีความโดดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพทั้งในบริเวณที่มีแสงต่ำไปจนถึงบริเวณที่ไวต่อแสงด้วยระบบประมวลภาพ DIGIC 4+ โดยที่ค่าความไวแสงของกล้อง DSLR รุ่นนี้อยู่ที่ ISO 100 – 6400 (ขยายได้ถึง 100-12800)

รุ่นนี้สามารถเลือกใช้งานได้กับเลนส์กว่า 70 รุ่น ทำให้สามารถเลือกถ่ายภาพได้ครอบคลุมทุกสถานการณ์ สามารถเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์สื่อสารผ่าน Wi-Fi และ NFC ที่สามารถส่งไฟล์ภาพขนาดใหญ่หรือไฟล์วิดีโอได้ และสามารถเลือกใช้งานได้ 25 ภาษา เซนเซอร์ที่ใช้เป็นประเภท CMOS ที่โฟกัสอัตโนมัติได้ 9 จุดและมีสัญญาณรบกวนต่ำ และถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 3 เฟรมต่อวินาที มีระบบปรับความขาวอัตโนมัติ กระจกสะท้อนภาพของกล้องรุ่นนี้เป็นแบบดีดกลับเอง ส่วนช่องมองภาพนั้นครอบคลุมร้อยละ 95 ทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง ระบบการตรวจจับภาพเป็นการจับภาพแบบผลต่างเฟส รวมถึงการตรวจจับใบหน้าใน Live Mode ด้วย

ข้อดีข้อเสีย
➕ ระบบประมวลภาพ DIGIC 4+➖ หน้าจอไม่ใช่ระบบสัมผัส
➕ ถ่ายภาพที่ความไวแสงทุกระดับ
➕ ใช้ได้กับเลนส์ที่หลากหลาย

Canon EOS 1300D

Canon EOS 1300D

12,390 บาท

ราคาปกติ 17,900 บาท

ประหยัดทันที 31%

5. Canon EOS 100D

Canon EOS 100D

กล้อง DSLR ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา โฟกัสชั้นเลิศ

ขนาด: 11.7 x 9.7 x 6.9 เซนติเมตร | น้ำหนัก: 0.37 กิโลกรัม | หน้าจอ: สัมผัส LCD 3 นิ้ว | ความละเอียด: 18 ล้านพิกเซล | เซนเซอร์: CMOS ชนิด APS-C | ช่องมองภาพ: ช่องมองภาพทั่วไป + หน้าจอ | รับประกัน: ไม่มี

รุ่นนี้เป็นรุ่นที่มีราคาเขยิบมาจากรุ่นที่แล้วเล็กน้อย โดยความโดดเด่นของกล้อง Canon รุ่นนี้คือ ระบบโฟกัสที่ถือได้มีเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาไปมากอย่าง Hybrid CMOS AF II โดยที่สามารถจับโฟกัสวัตถุที่ต้องการถ่ายได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด และกล้องรุ่นนี้ก็ออกแบบมาให้สามารถถ่ายภาพในโหมด Live View รวมถึงบันทึกวิดีโอได้เป็นอย่างดี รวมถึงไม่มีเสียงรบกวนขณะถ่ายวิดีโอด้วย กล้องรุ่นนี้มาพร้อมความละเอียด 18 ล้านพิกเซล โดยมีระบบประมวลภาพ DIGIC 5 รองรับการถ่ายวิดีโอ HD ที่มีสามารถโฟกัสอัตโนมัติอย่างต่อเนื่องขณะถ่ายวิดีโอ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานวิดีโอสแนปซ็อตพร้อมสามารถแก้ไขภาพได้ด้วย

กล้อง DSLR รุ่นนี้มีการเพิ่มโหมดการถ่ายภาพพิเศษสำหรับวัตถุ (ออบเจ็ค) ที่มีความแตกต่างกัน เช่น โหมดการถ่ายภาพซีน มีโหมดที่สามารถถ่ายสองซ็อตได้พร้อมกันที่เรียกว่า “ซ็อตเอฟเฟคพิเศษ” ซึ่งจะได้ภาพสองซ็อตเมื่อใช้ตัวกรอง Image Creation การถ่ายภาพด้วยกล้อง DSLR ของ Canon รุ่นนี้นั้นจะทำให้ได้ภาพที่มีความคมชัดสูง ได้สีของภาพที่เสมือนจริง จุดโฟกัสอัตโนมัติของกล้องอยู่ที่ 9 จุด และอย่างที่บอกไปแล้ว กล้องรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Hybrid CMOS AF II ที่ทำให้สามารถถ่ายภาพได้อย่างแม่นยำ สามารถถ่ายภาพได้ต่อเนื่อง 4 เฟรมต่อวินาทีด้วยความไวแสง ISO 100-12800 (สามารถขยายได้ถึง 25600) ที่ให้สามารถถ่ายภาพออกมาได้ทั้งในบริเวณที่แสงน้อยและบริเวณที่มีแสงมาก หน้าจอของกล้องเป็นแบบสัมผัสที่สามารถแตะเพื่อปรับเพื่อเลือกโฟกัสอัตโนมัติได้ หน้าจอเคลือบเพื่อป้องกันรอยเปื้อนและลดการสะท้อนของแสงในบริเวณที่แสงจ้า ให้สามารถมองที่หน้าจอของกล้องได้ชัดขึ้น

ข้อดีข้อเสีย
➕ ขนาดเล็ก
➕ ระบบโฟกัสชั้นเยี่ยม
➕ เพิ่มฟังก์ชั่นถ่ายภาพพิเศษ
➕ ระบบประมวลภาพ DIGIC 5

Canon EOS 100D

Canon EOS 100D

14,599 บาท

ราคาปกติ 16,990 บาท

ประหยัดทันที 14%

6. Nikon D5500

Nikon D5500

กล้อง DSLR ระบบประมวลผลภาพ EXPEED 4 ควบคุมด้วยหน้าจอสัมผัส

ขนาด: 12.4 x 9.7 x 7.0 เซนติเมตร | น้ำหนัก: 0.42 กิโลกรัม | หน้าจอ: LCD จอสัมผัสขนาด 3.2 นิ้ว ปรับมุมได้ | ความละเอียด: 24.2 ล้านพิกเซล | เซนเซอร์: CMOS DX | ช่องมองภาพ: ช่องมองภาพทั่วไป + หน้าจอ | รับประกัน: มี

มาดูอีกตัวของกล้อง DSLR ของ Nikon กัน โดยที่กล้องรุ่นนี้มาพร้อมกับเซนเซอร์ภาพที่มีความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซลที่ไม่มี Low-pass filter (OLPF) ที่ความไวแสง ISO 100 – 25600 และมีสัญญาณรบกวนต่ำแม้มีแสงมาก โดยกล้องใช้ระบบประมวลผลภาพ EXPEED 4 ที่ทำให้ได้ภาพคุณภาพสูง ถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็ว หน้าจอสัมผัสที่ปรับมุมได้ ทำให้การถ่ายภาพมุมเอียงมาก ๆ ทำได้ง่าย แถมยังสามารถควบคุมการถ่ายภาพจากหน้าจอสัมผัส รวมถึงสัมผัสที่หน้าจอเพื่อปรับโฟกัสได้อีกด้วย ส่วนฟังก์ชั่น Touch ก็ให้ช่างภาพสามารถตั้งค่าโฟกัสอัตโนมัติและรูรับแสงได้จากการสัมผัสที่หน้าจอ ช่องมองภาพครอบคลุมภาพร้อยละ 95 ตัวกระจกสะท้อนภาพดีดกลับเอง

กล้องรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบโฟกัสอัตโนมัติสูงสุดถึง 39 จุด ความเร็วของการจับความคมชัดจะช่วยให้สามารถจับวัตถุเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมากขึ้น และสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 5 เฟรมต่อวินาที ส่วนการบันทึกวิดีโอนั้น กล้องรุ่นนี้สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวที่มีสีสันสดสวยด้วยระบบที่ลดรอยหยักฟันปลาภายในกล้อง ตัวกล้องสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารผ่าน Wi-Fi ได้ ทำให้สะดวกต่อการส่งออกภาพผ่านแอปฯ Wireless Mobility Utility และรุ่นนี้ก็มีระบบทำความสะอาดตัวเองเพื่อป้องกันฝุ่นเกาะที่เซนเซอร์ภาพ

ข้อดีข้อเสีย
➕ ระบบลดฝุ่นละออง
➕ ระบบประมวลผลภาพ EXPEED 4
➕ ควบคุมโหมดถ่ายภาพได้ด้วยหน้าจอสัมผัส

Nikon D5500

Nikon D5500

20,290 บาท

ราคาปกติ 31,900 บาท

ประหยัดทันที 36%

7. Canon EOS 700D

Canon EOS 700D

กล้อง DSLR ระบบประมวลผล DIGIC 5 ถ่ายวิดีโอ Full HD

ขนาด: 13.3 x 1 x 7.9 เซนติเมตร | น้ำหนัก: 0.58 กิโลกรัม | หน้าจอ: สัมผัส LCD 3 นิ้ว Vari-angle Clear View LCD II หมุนได้ 360 องศา | ความละเอียด: 18 ล้านพิกเซล | เซนเซอร์: APS-C Hybrid CMOS | ช่องมองภาพ: ช่องมองภาพทั่วไป + หน้าจอ | รับประกัน: มี

ตอนนี้เราก็มาถึงรุ่นสุดท้ายของรีวิวในวันนี้ โดยรุ่นสุดท้ายที่เลือกมาให้ได้อ่านกันคือกล้อง DSLR ของ Canon รุ่น EOS 700D ที่มาพร้อมกับเซนเซอร์แบบ APS-C Hybrid CMOS ที่มีความละเอียด 18 ล้านพิกเซล ระบบโฟกัสจะใช้การจับผลต่างเฟสที่สามารถจับโฟกัสอัตโนมัติได้ 9 จุดที่สามารถจับภาพได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว รวมถึงมีระบบ AI Servo AF ที่ช่วยรักษาความแม่นยำของโฟกัสเมื่อทำการถ่ายภาพด้วย และความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่ 5 เฟรมต่อวินาที กล้องใช้ระบบประมวลผล DIGIC 5 ที่ให้ความไวแสงที่ ISO 100–12800 (ขยายได้สูงสุดถึง 25600 ใน H mode) และความสามารถในการบันทึกวิดีโอของกล้องรุ่นนี้ก็มีความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล 30 เฟรมต่อวินาทีเลยทีเดียว

กล้องรุ่นนี้มาพร้อมกับ Live View AF ที่หลากหลาย หน้าจอสัมผัสที่ปรับหมุนได้ถึง 360 องศาทำให้ใช้งานกล้องได้สะดวก รวมถึงการถ่ายภาพเซลฟี่ด้วย กล้องรุ่นนี้มาพร้อมกับฟังก์ชั่นในการตกแต่งภาพ โดยสามารถใช้งานโหมด Dial Design และตัวกรอง Creative ที่ให้ช่างภาพทั้งหลายปรับแต่งเอฟเฟ็คต่าง ๆ ได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้สามารถสร้างสรรค์และตกแต่งภาพถ่ายได้ดั่งใจอยากเลยทีเดียว ส่วนเลนส์ของกล้องมีระบบ Optical Image Stabilizer ที่ช่วยให้ถ่ายภาพได้สวยงามแม้ในขณะแสงน้อย ส่วนช่องมองภาพครอบคลุมภาพร้อยละ 95 เช่นเดียวกับรุ่นอื่น ๆ ระบบแฟลชของตัวกล้องนั้นสามารถดีดตัวขึ้นมาได้โดยอัตโนมัติ

ข้อดีข้อเสีย
➕ บันทึกวิดีโอความละเอียดสูง
➕ เซนเซอร์ APS-C Hybrid CMOS
➕ ระบบ AI Servo AF ปรับความแม่นยำโฟกัส

Canon EOS 700D

Canon EOS 700D

17,690 บาท

ราคาปกติ 24,900 บาท

ประหยัดทันที 29%


เป็นยังไงกันบ้าง? เชื่อว่าช่างภาพทั้งมือสมัครเล่นรวมถึงมืออาชีพก็คงได้ข้อมูลสำหรับกล้อง DSLR และข้อแนะนำกล้อง DSLR สำหรับมือใหม่ด้วย ซึ่งถือเป็นโชคดีของเราที่เทคโนโลยีทุกวันนี้ทำให้กล้อง DSLR นั้นมีราคาถูกลงมาก ๆ เมื่อเทียบกับ 4-5 ปีที่แล้ว แถมยังมีฟังก์ชั่นและเอฟเฟ็คต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมากด้วย สำหรับใครที่ยังลังเลอยู่ว่าจะลองเล่นกล้อง DSLR ดีมั้ย ถ้าอ่านรีวิวแล้วคิดว่าตัวเองมีความกระตือรือร้นในการศึกษาวิธีการใช้งานกล้องรุ่นที่ตัวเองเลือกให้ได้ภาพสวย ๆ แล้วล่ะก็ แนะนำให้ซื้อกล้อง DSLR แทนกล้องคอมแพ็คธรรมดาเลย เพราะคุณภาพของภาพที่ได้นั้นน่าทึ่งกว่ามาก

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (29 โหวต, เฉลี่ย: 4.85 จาก 5)
Loading...