หูฟังแบบครอบหูรุ่นไหนดี?

หูฟังยี่ห้อไหนดี Over-the-Ear

ดูเหมือนว่าทุกวันนี้เทรนด์หูฟังในบ้านเราจะเปลี่ยนไปค่อนข้างมากเพราะว่าผู้คนหันมานิยมใช้หูฟังแบบครอบหูมากขึ้นดังที่เราจะเห็นเวลาขึ้นรถไฟฟ้าหรือขึ้นรถประจำทางก็ตาม ทั้งนี้คงเป็นเพราะหูฟังแบบครอบหูให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าและให้ความกระหึ่มของเสียงที่มากกว่าหูฟังแบบสอดในหู ทำให้ได้รู้สึกเหมือนกับการนำลำโพงติดตัวไปด้วยทุกที่ เราจะเห็นเทรนด์แบบนี้กันมากในโลกตะวันตกโดยเฉพาะในยุโรป เพราะว่าเวลาอากาศหนาวมาก ๆ คนมักจะใส่ที่ครอบหูเพื่อกันหนาว ดังนั้น ผู้คนก็ถือโอกาสเลือกใช้หูฟังแบบครอบหูแทนที่จะใส่ทั้งหูฟังและที่ครอบหูเพื่อกันหนาวไปพร้อมกัน แบบว่าสวมใส่ทีเดียวได้ประโยชน์พร้อมกันสองอย่างเลย

มาถึงตรงนี้ หลายคนคงมีคำถามในใจว่า แล้วจะเลือกหูฟังแบบครอบหูยี่ห้อไหนดีเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเอง? หากเพื่อน ๆ กำลังมองหาหูฟังแบบครอบหูเพื่อให้ได้ประสบการณ์ด้านคุณภาพเสียงที่ดีและระดับเสียงที่ถึงใจแล้วล่ะก็ ลองดูรายการหูฟังแบบครอบหูของเรานำมารีวิวด้านล่างดู เผื่อจะมีข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะมีแบรนด์ของหูฟังอยู่ในใจแล้วหรือไม่ก็ตาม รวมถึงสเปคของแต่ละรุ่นที่สามารถช่วยให้ตัดสินใจเลือกหูฟังในแบบที่ตอบโจทย์ความเป็นตัวเองด้วย

วันนี้เรามารีวิวให้ดูเพื่อเปรียบเทียบรุ่นดี ๆ สัก 9 รุ่น ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

  1. Bluedio T2 Turbine
  2. Senic หู Stereo รุ่น ST-80
  3. Ultrasone หูฟังระดับไฮเอนด์ รุ่น Edition 12
  4. Superlux รุ่น HD681
  5. Sony หูฟังพร้อมไมค์ รุ่น MDRZX110APW
  6. Superlux HD681EVO
  7. Bluedio T3+ (Plus) Turbine แบบไร้สาย
  8. Marshall Monitor
  9. Sony รุ่น MDRZX310APW
  10. หูฟังครอบหู Audio Technica รุ่น M50x BK

1. Bluedio T2 Turbine

หูฟัง Bluedio T2 Turbine

หูฟังครอบหูไร้สายระยะไกล

น้ำหนัก : 224 กรัม | ขนาด : 18.6×8.5×20 เซนติเมตร | ระยะใช้งาน : 10 เมตร (ไม่มีสิ่งกีดขวาง) | Bluetooth : ฟังเพลงได้ 40 ชั่วโมง สนทนาได้ 45 ชั่วโมง | แบตเตอรี่ : สแตนด์บายได้ถึง 1,625 ชั่วโมง (ประมาณ 50 วัน) | การรับประกัน : ไม่มีรับประกัน | แบตเตอรี่ : สแตนด์บายได้ถึง 1,625 ชั่วโมง (ประมาณ 50 วัน) | การรับประกัน : ไม่มีรับประกัน | คุณลักษณะเพิ่มเติม : วิทยุ FM, Micro SD Card สูงสุด 32GB, หูฟังพับได้

หูฟังแบบครอบหูแบบพับได้รุ่นนี้อยู่ในตระกูลเฮอริเคนที่มาให้สัมผัสคุณภาพเสียงกันตั้งแต่ช่วงปลายปี 2014 ชื่อรุ่นก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเทอร์บายซึ่งเป็นรุ่นที่พัฒนาคุณภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะเสียงเบสที่เป็น H+ เทอร์บายพร้อมเป็น “หูฟังไร้สาย” เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 4.1 เวอร์ชั่นใหม่ล่าลุดด้วยระยะใช้งานไกลถึง 10 เมตรทำให้ไม่ต้องม้วนสายให้วุ่น และใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบกับ 4G

นอกจากหูฟังรุ่นนี้จะทำหน้าที่เป็นหูฟังต่อเข้ากับอุปกรณ์ฟังเพลงแล้ว ยังมาพร้อมกับการ์ด Micro SD ที่เราสามารถบันทึกเพลงลงไปได้แถมมีวิทยุ FM ในตัวด้วย ถ้าเทียบกับรุ่นอื่น ๆ แล้ว เราว่าถ้าใครที่มักมีปัญหากับสายเคเบิ้ลพรุงพรังของหูฟังแล้วล่ะก็ เราแนะนำให้ใช้รุ่นนี้เลยเพราะว่ากระชับและใช้งานได้สะดวกสบายมาก

ข้อดีข้อเสีย
➕ คุณภาพเสียงเบสดีเยี่ยม
➕ หูฟังไร้สายระยะไกล
➕ วิทยุในตัว

Bluedio T2 Turbine

770 บาท

ราคาปกติ 1,590 บาท

ประหยัดทันที 52%

2. Senic หู Stereo รุ่น ST-80

หูฟัง Senic หู Stereo รุ่น ST-80

หูฟังครอบหูดีไซน์แนวล้ำสมัย

น้ำหนัก : 600 กรัม | ขนาด : 22.5 x 35 x 14 เซนติเมตร | การรับประกัน : ไม่มีรับประกัน | คุณลักษณะเพิ่มเติม : ต่อกับกีร์ต้าได้

ตอนนี้เรามารีวิวหูฟังราคาเบา ๆ กัน สำหรับหูฟังตระกูล Senic รุ่นนี้ถือว่าเป็นหูฟังที่ใช้ได้เลยทีเดียวกับราคาย่อมเยาแบบนี้ นอกจากดีไซน์จะออกแนวอนาคตหน่อย ๆ ด้วยสีดำและสีเงินในหูฟังเดียวแล้วยังให้เสียงเบสที่คมชัดด้วย สายหูฟังก็เป็นแบบยืดหดได้ ทำให้เก็บได้ง่าย ไม่รุงรัง แถมหูฟังแบบครอบหูรุ่นนี้ยังสามารถต่อเข้ากับกีตาร์ได้ด้วย

ข้อดีข้อเสีย
➕ คุ้มค่าเงิน
➕ ดีไซน์ทันสมัย
➕ ต่อกีตาร์ได้

Senic หู Stereo รุ่น ST-80

790 บาท

ราคาปกติ 990 บาท

ประหยัดทันที 20%

3. Ultrasone หูฟังระดับไฮเอนด์ รุ่น Edition 12

หูฟัง Ultrasone หูฟังระดับไฮเอนด์ รุ่น Edition 12

หูฟังครอบหูระดับไฮเอนด์มาตรฐานยุโรป

น้ำหนัก : 282 กรัม | ขนาด : 9.0 x 19 x 16เซนติเมตร | การรับประกัน : 1 ปีจากประเทศผู้ผลิต | สายเคเบิ้ล : 3 เมตร

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นหูฟังระดับไฮเอนด์ที่ราคาหนีออกจากรุ่นอื่น ๆ ที่ได้รีวิวมาแล้วอย่างมาก หูฟังรุ่นนี้เป็นหูฟังรุ่นหรูหราที่มาจากประเทศเยอรมัน ไม่แปลกที่ราคาจะสูงมากกว่ารุ่นอื่น ๆ เพราะที่เยอรมันผลิตแต่สินค้าคุณภาพเยี่ยมที่ให้เพื่อน ๆ ใช้งานได้ไปเกือบตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้ เรียกว่าซื้อทีเดียวก็ใช้ไปได้จนแก่ แถมไม่ผิดหวังเรื่องคุณภาพเพราะหูฟังรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาระบบเสียงแบบ S-Logic™ Plus  ให้เสียงรอบทิศทาง วัสดุที่เลือกใช้ในการประกอบหูฟังก็ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีในแบบฉบับของเยอรมัน ทำให้ได้เสียงเสมือนจริงที่คมชัด นุ่มลึก และให้เสียงไม่มีผิดเพี้ยนแม้สักเม็ด

ส่วนเรื่องดีไซน์ก็ดูภูมิฐานและสง่างามมาก ที่ด้านนอกลำโพง ผู้ออกแบบบอกว่าได้รับแรงบันดาลใจจากปีกผีเสื้อ ทำให้รู้สึกถึงเสียงที่เปิดกว้างเหมือนไม่ได้ครอบหูฟังและมีความแน่ชัดของเสียงมากด้วย หูฟังรุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่มีน้ำหนักเบาเพียง 282 กรัมเท่านั้น ส่วนแผ่นรองหูทำจากผ้าและหนังนุ่ม ให้ความรู้สึกแนบสนิทที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งดูภาพรวมแล้ว ถึงแม้ราคาจะหนีห่างจากรุ่นอื่นมาก แต่ถ้าใครไม่อยากพลาดความหรูหราที่มาพร้อมคุณภาพยุโรปอย่างประเทศเยอมนีแล้วล่ะก็ เราแนะนำ Ultrasone ไฮเอนด์ รุ่น Edition 12 นี้เลย รับรองว่าคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาวมาก ๆ

ข้อดีข้อเสีย
➕ คุณภาพเสียงชั้นเลิศ➖ ราคาแพง
➕ มาตรฐานยุโรป ใช้งานตลอดชีพ
➕ น้ำหนักเบา
➕ วัสดุคุณภาพเยี่ยม

Ultrasone Edition 12

79,900 บาท

4. Superlux รุ่น HD681

หูฟัง Superlux รุ่น HD681

หูฟังครอบหูเบสแน่น

น้ำหนัก : 276 กรัม | ขนาด : 20 x 12 x 20 เซนติเมตร | Bluetooth : ไม่มี | การรับประกัน : รับประกัน 1 เดือน | ความยาวสาย : 2.5 เมตร

หูฟังแบบครอบหูรุ่นนี้รู้จักกันว่าเป็นหูฟังเสียงแน่นด้วยพลังเสียง HD โดยเฉพาะเสียงเบสที่แน่นมาก มีความชัดเจนของเสียงดี เหมาะสำหรับคอเพลงทั่วไปโดยเฉพาะใครที่ชอบเพลงแนวป๊อปร็อคหรือแม้แต่ Hip Hop เอง ดีไซน์ของหูฟังรุ่นนี้ก็ตรงตามคอนเซ็ป BlackRed เลย คือมีสีแดงกับสีดำทำให้ดูร้อนแรงและคลาสสิคไปในตัว โดยเฉพาะส่วนครอบลำโพงที่มีดีไซน์เท่ห์และสะดุดตา แถมแผ่นครอบหูยังเป็นหนังอีกด้วยซึ่งเหมาะกับวัยรุ่นที่ชอบพกหูฟังแบบครอบหูไปฟังเพลงข้างนอกขณะที่อากาศร้อนด้วย และเมื่อเทียบราคากับคุณภาพแล้ว เราว่ารุ่นนี้ค่อนข้างคุ้มค่าเงินเพราะคุณภาพเสียงดีมาก

ถึงจะมีดีไซน์สะดุดตา แต่บางคนก็รู้สึกว่าหูฟังรุ่นนี้ก็ดูไม่แข็งแรงมากเพราะส่วนโค้งเชื่อมระหว่างสองลำโพงนั้นไม่ได้ออกแบบมาให้ดูหนาแน่นเหมือนรุ่นอื่น และเราก็รู้สึกว่าเสียงสูงนั้นค่อนข้างแหลมไปหน่อยโดยเฉพาะตอนฟังเพลงแนวแจ๊ส โดยรวมแล้วเราก็ชอบดีไซน์นะ ออกแนวอนาคตดี เพื่อน ๆ ลองลงไปดูสเปคของ Superlux รุ่น HD681 นี้ก่อนก็ได้ เผื่อฟังก์ชั่นที่ให้จะถูกใจมากกว่าดีไซน์

ข้อดีข้อเสีย
➕ เสียงเบสแน่น➖ ตัวหูฟังดูไม่ทน
➕ ดีไซน์ร้อนแรง
➕ ราคาคุ้มคุณภาพเสียง

Superlux รุ่น HD681

1,070 บาท

ราคาปกติ 1,190 บาท

ประหยัดทันที 10%

5. Sony หูฟังพร้อมไมค์ รุ่น MDRZX110APW

หูฟัง Sony หูฟังพร้อมไมค์ รุ่น MDRZX110APW

หูฟังพร้อมไมค์น้ำหนักเบา

น้ำหนัก : 120 กรัม | ขนาด : 19.6×5.4×15 เซนติเมตร | Bluetooth : ไม่มี | การรับประกัน : รับประกัน 1 ปีโดยบริษัทผู้ผลิต | ความยาวสาย : 1.2 เมตร | คุณลักษณะเพิ่มเติม : ไมโครโฟนแบบ Built-in

หูฟังแบบครอบหูของตะกูล Sony รุ่นนี้มาพร้อมไมโครโฟน เหมาะสำหรับนักฟังเพลงที่ชื่นชอบการสนทนาด้วย เนื่องจากเป็นหูฟังที่มาพร้อมสายเคเบิ้ล หูฟังรุ่นนี้จึงเหมาะมากกว่าสำหรับคอเกมส์หรือคอเพลงที่นั่งอยู่กับคอมพิวเตอร์ หูฟังรุ่นนี้มาพร้อมกับลำโพงขนาด 30 มิลลิเมตรที่ให้อรรถรสในการฟังเสียงที่ลึกซื้งและละเอียดมาก แถมสายเคเบิ้ลก็ยาวถึง 1.2 เมตรที่ทำให้คุณภาพเสียงดีกว่าแบบไร้สาย ส่วนเรื่องน้ำหนักก็ถือว่าเบาสุด ๆ ด้วย แค่ 120 กรัมเอง

ตระกูล Sony มักออกแบบหูฟังแบบครอบหูที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์ เราเองก็ชื่นชอบหูฟังของตระกูลนี้เพราะให้เสียงเหมือนฟังรอบทิศและสวมใส่สบายแม้โฟมที่ครอบหูฟังมันจะไม่ทนมากนัก (สองสามปีก็รุ่ยแล้ว) แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพเสียงแล้ว ถ้าต้องซื้อฟองน้ำครอบหูใหม่ก็ยังถือว่าคุ้มอยู่มากเพราะความเป็น Sony ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องเสียงมานาน

ข้อดีข้อเสีย
➕ เสียงนุ่มลึกและละเอียด➖ Earpad เก่าเร็ว
➕ น้ำหนักเบามาก

Sony หูฟังพร้อมไมค์ รุ่น MDRZX110APW

840 บาท

ราคาปกติ 990 บาท

ประหยัดทันที 15%

6. Superlux HD681EVO

หูฟัง Superlux HD681EVO

หูฟังครอบหูเสียงรอบทิศทาง

น้ำหนัก : 200 กรัม | ขนาด : 20 x 12 x 20 เซนติเมตร | Bluetooth : ไม่มี | การรับประกัน : ไม่มีรับประกัน | ความยาวสาย : 1 เมตรและ 3 เมตร | คุณลักษณะเพิ่มเติม : ไม่มี แต่แถม Earpad มาเพิ่มอีก 1 คู่

หูฟังแบบครอบหูรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ก้าวมาอีกขั้นจาก Superlux รุ่น HD681 โดยพัฒนาคุณภาพเสียงให้มีความชัดเจนและมีคุณภาพมากด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้านี้แค่ 400 บาท พร้อม Earpad สำรอง แบบกำมะหยี่อีก 1 คู่ เผื่อใครที่อยากเปลี่ยนความรู้สึกของแผ่นรองหูจากแบบหนังเป็นแบบนุ่มกำมะหยี่

ดูเผิน ๆ แล้วหูฟังรุ่นนี้ดูทันสมัยดีแต่ดีไซน์โดยรวมก็ทำให้รู้สึกถึงความเป็นหูฟังแบบครอบหูรุ่นสมัยก่อน เส้นแบนด์ที่อยู่ด้านบนสะพานเชื่อมลำโพงสำหรับรุ่นนี้ทำออกมาดีมากทำให้เสียงที่ได้ในทั้งสองข้างมีความเสมอกัน ซึ่งบางครั้งเรามีประสบการณ์กับหูฟังรุ่นอื่นที่เสียงไม่เท่ากันแล้วทำให้รู้สึกหงุดหงิดได้มากทีเดียว แต่รุ่นนี้แก้ปัญหานี้ได้ฉมังมาก และอีกอย่าง สายเคเบิ้ลต่อหูฟังก็มีสองขนาดให้เลือกใช้ตามลักษณะการใช้งานคือ 1 เมตรกับ 3 เมตร

ข้อดีข้อเสีย
➕ เสียงสม่ำเสมอทั้งสองด้าน
➕ มี Earpad สำรอง
➕ สายเคเบิ้ลสองขนาดให้เลือก

Superlux HD681EVO

1,470 บาท

ราคาปกติ 1,690 บาท

ประหยัดทันที 13%

7. Bluedio T3+ (Plus) Turbine แบบไร้สาย

หูฟัง Bluedio T3+ (Plus) Turbine แบบไร้สาย

หูฟังครอบหูไร้สายเบสแน่นตะกูล Turbine

น้ำหนัก : 388 กรัม | Bluetooth : 4.1 +EDR | การรับประกัน : ไม่มี | แบตเตอรี่ : รับประกันศูนย์ไทย | เวลาสแตนบายหูฟัง1,100 ชั่วโมง : ฟังเพลง 20 ชั่วโมง | คุณลักษณะเพิ่มเติม : ไมโครโฟน, Micro SD Card สูงสุด 32GB, หูฟังพับได้

หูฟังรุ่นนี้เป็นหูฟังครอบหูแบบไร้สายอีกหนึ่งรุ่นที่แนะนำ เพราะถ้าใครมองหาหูฟังไร้สายคุณภาพเยี่ยมและสามารถจ่ายได้มากขึ้นมาหน่อย รุ่นนี้ถือว่าคุ้มค่าเงินเพราะเป็นหูฟังที่ให้เสียงเบสแน่นมาก ๆ และที่ตรงลำโพงครอบหูก็ให้ความรู้สึกแน่น ทำให้ได้อรรถรสในการฟังเสียงสามมิติรอบทิศแบบไร้การรบกวนจากภายนอก เสียงที่ได้มีความกระหึ่มคุ้มกับราคาที่สูงขึ้นมาหน่อยจริง ๆ แถมฟังก์ชั่นการใช้งานก็ครบครัน เพราะมีไมโครโฟนในตัวด้วย

หูฟังครอบหูไร้สายแบบพับได้นี้ใช้การเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ตัวบอดี้ทำจากอัลลอยที่มีน้ำหนักเบาและดูเรียบง่ายแต่แข็งแรงทนทาน แต่ถ้าเทียบกับรุ่น Bluedio T2 Turbine ที่เป็นหูฟังไร้สายเหมือนกันแล้ว ถึงแม้รุ่นนี้จะให้เสียงที่กระหึ่มเสมือนจริงกว่า เวลาที่ใช้งานแบตเตอรี่ได้ก็ครึ่ง ๆ เลย แต่ถ้าไม่ได้ใช้สำหรับเดินทางหลายวันติดต่อกันในพื้นที่ที่ไม่มีที่ชาร์จแบตเลย เราว่าก็รุ่นนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไรนะ

ข้อดีข้อเสีย
➕ เสียงเบสแน่น➖ แบตเตอรี่ไม่นานมาก
➕ ฟังก์ชั่นครบ
➕ ตัดเสียงรบกวนภายนอก

Bluedio T3+ Turbine

1,950 บาท

ราคาปกติ 2,790 บาท

ประหยัดทันที 30%

8. Marshall Monitor

หูฟัง Marshall Monitor

หูฟังครอบหูพลังเสียงสูงแบบพับเก็บได้

น้ำหนัก : 450 กรัม | ขนาด : 20.8 x 18 x 18 เซนติเมตร | สายเคเบิ้ล : 1.19 เมตร | คุณลักษณะเพิ่มเติม : ไมโครโฟน, รีโมทในตัว, ระบบ F.I.F ปรับแต่งเสียง, เชื่อมต่อหูฟังอื่นเพื่อแชร์เพลงได้, หูฟังพับได้

ตอนนี้มาถึงหูฟังคุณภาพเยี่ยมตระกูล Marshall Monitor กันแล้ว แม้ว่าราคาจะสูงขึ้นเท่าตัวจากรุ่นที่ที่รีวิวมาก่อนหน้านี้ แต่คุณภาพหูฟังแบบครอบหูรุ่นนี้และคุณภาพเสียงก็เพิ่มขึ้นมาด้วยเพราะได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน หูฟังรุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นรุ่น Top เพราะความคุ้มค่ากับคุณภาพเสียงที่ได้และสามารถพับเก็บได้ ทำให้สะดวกในการพกพา รุ่นนี้ถือว่ามีอนุภาพแห่งพลังเสียงเบสมาก ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ และถ้าใครไม่เกี่ยงเรื่องดีไซน์ที่เราว่ามันดูออกโบราณไปสักหน่อย เราว่าคุณภาพโดยรวมก็ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว เพราะนอกจากเรื่องเสียงแล้ว Marshall ยังมาพร้อมกับระบบ F.I.F ที่ให้ปรับแต่งเสียงได้ตามใจชอบด้วย

ข้อดีข้อเสีย
➕ เสียงเบสคุณภาพดี➖ ดีไซน์ไม่ทันสมัย
➕ พักเก็บได้ พกพาสะดวก
➕ พลังเสียงสูง

Marshall Monitor

4,370 บาท

ราคาปกติ 7,450 บาท

ประหยัดทันที 41%

9. Sony รุ่น MDRZX310APW

หูฟัง Sony รุ่น MDRZX310APW

หูฟังครอบหูหลากสีพร้อมไมโครโฟนในตัว

น้ำหนัก : 125 กรัม | ขนาด : 19.8×5.2×15 เซนติเมตร | การรับประกัน : ไม่มีรับประกัน | คุณลักษณะเพิ่มเติม : ไมโครโฟนพร้อมรีโมทควบคุม

เรามาลองรีวิวหูฟังแบบครอบหูของ Sony อีกหนึ่งรุ่นกัน ด้วยความที่เป็นเจ้าพ่อเรื่องเสียงและหูฟัง ทาง Sony ก็ได้ออกรุ่นที่ราคาเบา ๆ มาให้คอเพลงที่ชื่นชอบตระกูล Sony ได้มีอีกหนึ่งออปชั่นกัน หูฟังรุ่นนี้มาพร้อมกับไมโครโฟนพร้อมรีโมทควบคุมในตัวที่ทำให้สามารถพูดคุยได้ขณะฟังเพลงหรือเล่นเกมส์

หูฟังรุ่นนี้มีหลากหลายสีสดใสให้เลือก เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่ไม่ชอบสีอึมครึมอย่างสีดำหรือเทาและมีน้ำหนักเบาเพียง 125 กรัม (เป็นเอกลักษณ์ของ Sony ที่ทำหูฟังแบบครอบหูน้ำหนักเบา) ทำให้สามารถพกพาได้สะดวก ระบบเสียงก็เหมือนกับ Sony รุ่นที่รีวิวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเสียงรอบทิศแบบ Sound Monitoring

ข้อดีข้อเสีย
➕ น้ำหนักเบา
➕ หูฟังคุณภาพเยี่ยม
➕ หลากสีสันให้เลือก
➕ เสียงรอบทิศทาง

Sony รุ่น MDRZX310APW

599 บาท

ราคาปกติ 990 บาท

ประหยัดทันที 39%

10. หูฟังครอบหู Audio Technica รุ่น M50x BK

หูฟังครอบหู Audio Technica รุ่น M50x BK

หูฟังมือโปรอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น

น้ำหนัก : 300 กรัม | ขนาด : 28.95 x 25.4 x 10.41 เซนติเมตร | การรับประกัน : 1 ปี จากผู้ขาย | คุณลักษณะเพิ่มเติม : ถอดสายเคเบิ้ลได้

แล้วสุดท้ายเราลองมาดูหูฟังในตระกูล Audio Technica ซึ่งเป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดสุดในญี่ปุ่นติดต่อกันถึงหกปี รุ่นนี้เป็นรุ่น Professional Monitor Headphone M50x BK ที่ชาวรีวิวทั้งหลายยกย่องกันอย่างมากเนื่องจากทั้งคุณภาพเสียง ดีไซน์ และตัวบอดี้ของหูฟังเองที่มีความแน่น แถมสายเคเบิ้ลยังถอดอกจากตัวหัวฟังได้ ทำให้ไม่เกะกะเวลาพกพา

หูฟังรุ่นโปรนี้เลื่องชื่ออย่างมากในการถ่ายทอดเสียงที่แม่นยำ ส่วนวัสดุที่ใช้ในการทำหูฟังก็ทนทานสมคุณภาพญี่ปุ่น และเราจะเห็นดีเจหลายคนใช้หูฟังรุ่นนี้ในการมิกซ์เสียงตามคอนเสิร์ตต่าง ๆ เพราะหูฟังครอบหูรุ่นนี้ให้เสียงไม่ผิดเพี้ยนจากต้นเสียง

ข้อดีข้อเสีย
➕ คุณภาพเสียงแม่นยำ
➕ บอดี้หูฟังหรูหรา
➕ วัสดุคุณภาพสูง
➕ ถอดสายเคเบิ้ลได้

Audio Technica รุ่น M50x BK

5,990 บาท


มาถึงตรงนี้คงพอที่จะทำให้เพื่อน ๆ ได้เต็มอิ่มไปกับข้อมูลพร้อมทั้งข้อดีข้อเสียของหูฟังแบบครอบหูกันแต่ละรุ่นไปแล้ว ไม่ว่าสไตล์หูฟังของคุณจะเป็นแบบไหน แบบไร้สายที่หิ้วไปไหนมาไหนสะดวกแบบไม่ต้องมีสายให้วุ่นวาย หรือหูฟังต่อสายเคเบิ้ลที่ให้คุณภาพเสียงเต็มพลังก็ตาม ยังไง เราก็คิดว่าหูฟังแบบครอบหูทำให้เราได้อรรถรสในการฟังเพลงมากกว่าหูฟังแบบสอดหูมาก และทุกวันนี้เพื่อน ๆ ก็สามารถเลือกซื้อเอามาเป็นของตัวเองได้ไม่ยาก แค่อย่าลืมว่าอย่าฟังเสียงดังเกินขนาดเดซิเบลระดับที่หูเรารับได้ก็พอ ไม่งั้นหูเราอาจจะแก่ไปก่อนตัวเราก็เป็นได้

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (26 โหวต, เฉลี่ย: 4.66 จาก 5)
Loading...