8 สมาร์ททีวี (Smart TV) เทคโนโลยีการชมโทรทัศน์สุดล้ำตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิตัล

8 สมาร์ททีวี เทคโนโลยีการชมโทรทัศน์สุดล้ำตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิตัล

นอกจาก ‘ทีวี’ หรือ ‘โทรทัศน์’ ที่ใช้กันตามบ้านเรือนทั่วไปที่เรารู้จักกันดีแล้วนั้น เราเชื่อว่าหลายคนคงได้ยินคำว่า ‘สมาร์ททีวี’ เพิ่มเข้ามาในช่วงไม่กี่ปีให้หลังกันมาบ้างแล้ว ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่ามันแตกต่างจากทีวีธรรมดายังไง? หรือ Smart TV คืออะไร? ด้วยเหตุนี้เราขอพาไปรู้จักกับ ‘สมาร์ททีวี’ กันก่อนว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่?

สำหรับโทรทัศน์แบบเดิมที่เราคุ้นเคยกันมานานหลายปี มันจะคอยทำหน้าที่เป็นตัวรับสัญญาณและแพร่ภาพออกมาทางจอโทรทัศน์ ตามเวลาออกอากาศที่สถานีโทรทัศน์ได้กำหนดไว้ ซึ่งจะว่าไปมันก็ดูเหมือนจะเป็นเทคโนโลยีในครัวเรือนที่หลายบ้านใช้กันมาอย่างยาวนาน ทว่าเมื่อรายการโปรดของคุณกลับออกอากาศตรงกัน โทรทัศน์แบบเดิมจะไม่รองรับฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ทำให้คุณสามารถกลับมารับชมใหม่ได้อีกครั้ง หรือเรียกง่าย ๆ ว่าสามารถรับชมได้เพียงแค่ช่องเดียวต่อครั้ง ถ้าพลาดรายการไหนไปแล้วก็ถือว่าพลาดไปเลย

แต่ด้วยการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่ไม่หยุดหย่อน ทำให้ในที่สุดก็ได้มีการคิดค้น ‘Smart TV’ โทรทัศน์แห่งโลกยุคดิจิตัล ที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดสรรการรับชมรายการที่ชื่นชอบต่าง ๆ จากช่วงเวลาที่แตกต่างกันได้ตามอำเภอใจ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ข่าวการเมือง หรือเศรษฐกิจยามเช้าตรู่ ไปจนถึงรายการเกมส์โชว์ทั่วไปที่มักออกอากาศช่วงกลางคืน ซึ่งเทคโนโลยีของสมาร์ททีวีช่วยให้คุณจัดสรรเวลาในการรับชมรายการต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ หรือเลือกสรรเวลาในการรับชมรายการนั้น ๆ ได้เอง เพียงแค่ใช้ฟังก์ชั่นการบันทึกรายการของสมาร์ททีวี

ฟังก์ชั่นที่โดดเด่นของ Smart TV คืออะไร? และทำไมถึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบัน สมาร์ททีวี ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีที่ต้องมีในหลาย ๆ ครัวเรือน และมีผู้ซื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจสังเกตได้จากบริษัทผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ ที่มักจะผลิตสมาร์ททีวีออกมาากมายหลายรุ่น หลายฟังก์ชั่น เราไปดูกันว่าทำไม Smart TV คืออีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

ปัจจุบันมีผู้ใช้สมาร์ททีวีเพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบันมีผู้ใช้สมาร์ททีวีเพิ่มมากขึ้น

หลายคนอาจจะมองว่า ‘โทรทัศน์’ เป็นเทคโนโลยีที่ล้าหลังและตกรุ่นไปแล้ว แต่สำหรับ ‘Smart TV’ กลับตรงกันข้าม

ปัจจุบันมีผู้คนเริ่มหันมาใช้สมาร์ททีวีกันมากขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักอาจเป็นเพราะตัวฟังก์ชั่นของสมาร์ททีวีที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้ได้ดีกว่า

หน้าที่ของ Smart TV คือจะไม่ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นตัวแพร่ภาพจากสัญญาณเท่านั้น แต่มันยังมีฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ถูกบรรจุเข้าไปให้กลายเป็นกึ่งคอมพิวเตอร์ กึ่งโทรทัศน์ ไปแล้วก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อสมาร์ททีวีเข้ากับอินเตอร์เน็ต ให้คุณสามารถใช้งานอื่น ๆ ผ่านตัวสมาร์ททีวีได้โดยตรง เช่น การเช็คอีเมลล์ การท่องเว็บไซต์ หรือแม้แต่สตรีมมิ่งภาพยนตร์

ผู้ใช้สามารถควบคุมผ่านแอพฯ ได้

ผู้ใช้สามารถควบคุมผ่านแอพฯ ได้

เรียกได้ว่าแทบจะทุกสิ่งอย่างในโลกปัจจุบันได้ถูกเปลี่ยนให้มาอยู่ในรูปแบบของแอพพลิเคชั่นบนมือถือไปแล้ว และสำหรับรีโมทที่ใช้ควบคุมสมาร์ททีวีก็เช่นกัน

สมาร์ททีวีส่วนใหญ่มักจะถูกออกแบบให้รองรับการควมคุมผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้แบบง่าย ๆ เพียงแค่คุณโหลดแอพฯ ที่ใช้สำหรับสมาร์ททีวีรุ่นนั้น ๆ จากนั้นก็สามารถล็อกอินเพื่อสั่งการสมาร์ททีวีผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย

และยิ่งไปกว่านั้น สมาร์ททีวีหลายรุ่นได้ถูกผลิตมาพร้อมกับกล้องและไมโครโฟนที่ติดมากับตัวเครื่อง ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ในการติดต่อประสานงาน เช่น Skype ที่ได้ช่วยให้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นไปอีก

สมาร์ททีวีเชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์คต่าง ๆ ได้หลากหลายกว่า

สมาร์ททีวีเชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์คต่าง ๆ ได้หลากหลายกว่า

ไม่ใช่แค่การเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตเท่านั้นที่สมาร์ททีวีรองรับ แต่มันยังสามารถใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เน็ตเวิร์ตอื่น ๆ ในบ้านของคุณได้ด้วย เช่น การเชื่อมต่อเข้ากับกล้องหรือสมาร์ทโฟน เพื่อรับชมภาพที่คุณเคยถ่ายไว้บนจอสมาร์ททีวีขนาดใหญ่ หรือจะใช้เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์จัดเก็บไฟล์สื่อต่าง ๆ ของคุณ และใช้หน้าจอสมาร์ททีวีให้เหมือนหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ก็ได้เช่นกัน

อีกทั้งสมาร์ททีวีส่วนใหญ่ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่รองรับให้คุณรับชมภาพสื่อหลาย ๆ ภาพได้ในครั้งเดียวกัน หรือท่องเว็บไซต์พร้อมรับช่องโปรแกรมโปรดของคุณไปได้พร้อม ๆ กัน

มีตัวเลือกไหนบ้างที่น่าสนใจสำหรับสมาร์ททีวี?

มีตัวเลือกไหนบ้างที่น่าสนใจสำหรับสมาร์ททีวี?

แม้ยอดเรตติ้งรายการโทรทัศน์จะพากันลดฮวบลงจากยุคสมัยก่อน แต่ยอดขายและคะแนนความนิยมของสมาร์ททีวีกลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ปัจจุบันมีค่ายยักษ์ใหญ่จำนวนมากที่ผลิตสมาร์ททีวีพร้อมฟังก์ชั่นเจ๋ง ๆ มาให้เราเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นของ Apple TV หรือ Chromecast จากบริษัทกูเกิ้ล ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ซื้อจะถนัดใช้งานแบบไหนมากกว่ากัน

แต่สำหรับสองแบรนด์ใหญ่ข้างต้นนั้นอาจจะมีระบบการใช้งานที่ค่อนข้างซับซ้อน หากผู้ใช้งานไม่ได้คุ้นเคยกับอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มากพอ

ซึ่งนอกเหนือจากสองค่ายยักษ์ใหญ่แล้ว ก็ยังมีสมาร์ททีวีจากค่ายอื่น ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นแบบครบครันไม่แพ้กันอย่าง Sony, Samsung, LG หรือ Sharp ที่จะช่วยให้คุณรับชมรายการโทรทัศน์ได้อย่างอิสระเช่นกัน

แล้วเราควรเลือกสมาร์ททีวียี่ห้อไหนดี?

สำหรับใครที่สนใจจะซื้อสมาร์ททีวีซักเครื่องหนึ่ง แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรเลือกสมาร์ททีวียี่ห้อไหนดี? เบื้องต้นเราขอแนะนำว่า ควรเลือกสมาร์ททีวีที่มีระบบปฏิบัติการที่ง่ายต่อการใช้งานของเรามากที่สุด

ด้วยเหตุนี้เราขอแนะนำ 8 รุ่นของสมาร์ททีวีที่เราคัดสรรมาแล้วว่า มีระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่าย และราคาของ Smart TV ก็คุ้มค่ากับฟังก์ชั่นการใช้งานก็สุดเจ๋ง เราลองไปดูกันเลยว่าเราควรจะเลือกสมาร์ททีวียี่ห้อไหนดี?

1. TCL 50″ UHD Android Smart TV รุ่น LED50F3800

TCL 50″ UHD Android Smart TV รุ่น LED50F3800

รับชมรายการทีวีโปรดพร้อมความคมชัดระดับ 4K ด้วย TCL Smart TV 50 นิ้ว

TCL 50″ รุ่น LED50F3800
รายละเอียดTCL 50″ รุ่น LED50F3800
ขนาด128.5 x 15.4 x 77.5 เซ็นติเมตร
การรับประกัน5 ปี

Smart TV ราคาย่อมเยาว์ที่คุ้มค่ากับฟังก์ชั่นการทำงานของตัวมันเองมากที่สุดอีกหนึ่งรุ่นจากยี่ห้อ TCL

TCL Smart TV รุ่นนี้มาพร้อมกับความกว้างของหน้าจอขนาด 50 นิ้ว และสามารถแสดงผลภาพด้วยความคมชัดระดับสูงสุดอย่าง Ultra HD ได้มากถึง 3840 x 2160 พิกเซล ซึ่งเป็นระดับความคมชัดที่ช่วยให้ภาพออกมาดูสมจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบและไร้ที่ติมากที่สุด

นอกเหนือจากระดับความคมชัดที่เป็นจุดเด่นชูโรงของสมาร์ททีวียี่ห้อ TCL แล้ว ยังมีการใช้นวัตกรรมการออกแบบดีไซน์ภายนอกให้ออกมาดูโดดเด่นสวยงาม เรียบหรู และประหยัดพื้นที่ในการจัดวางด้วยความบางของหน้าจอควบคู่กับขาตั้งขนาดกระทัดรัด

ตัวสมาร์ททีวีจาก TCL รุ่นนี้ ยังมาพร้อมกับระบบเสียงเพื่อการรับชมให้ได้อรรถรสสูงสุด จากทุกการเคลื่อนไหวของภาพที่มีเสียงประกอบ ซึ่งจะช่วยให้คุณสัมผัสทั้งภาพและเสียงที่ชัดเจนอย่างเต็มประสิทธิภาพ และยังรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ภายนอกผ่านช่องเสียบสาย HDMI และ USB ได้อีกด้วย

ข้อดีข้อเสีย
➕ ระบบปฏิบัติการใช้งานเข้าใจง่าย➖ การใช้งานบางแอพฯ อาจยังไม่เสถียร
➕ สามารถแขวนผนังได้➖ HDR ใช้ได้กับสาย USB เท่านั้น
➕ รองรับการเชื่อมต่อกับ WiFi
Lazada Logo

TCL 50″ รุ่น LED50F3800

TCL 50″ UHD Android Smart TV รุ่น LED50F3800 - Lazada

2. Samsung 49″ UHD 4K Curved Smart TV รุ่น MU6300

Samsung 49″ UHD 4K Curved Smart TV รุ่น MU6300 Series 6

สู่ประสบการณ์การรับชมที่เหนือระดับแบบหน้าจอทรงโค้ง ด้วย Samsung Smart TV

Samsung 49″ รุ่น MU6300 Series 6
รายละเอียดSamsung 49″ รุ่น MU6300 Series 6
ขนาด110.41 x 70.1 x 31.05 เซ็นติเมตร
การรับประกัน1 ปี

ขั้นกว่าของนวัตกรรมเทคโนโลยีในการรับชมโทรทัศน์จาก Samsung Smart TV ราคาคุ้มค่าขนาด 49 นิ้ว ที่เพิ่มความพิเศษเข้าไปด้วยการออกแบบหน้าจอทรงโค้ง (Curved) เพื่อประสบการณ์การรับชมจากทุกมุมห้องที่เต็มอิ่มกว่า

สมาร์ททีวีจาก Samsung ยังถูกออกแบบให้หน้าจอแสดงผลภาพความละเอียดสูงสุดถึง 4K UHD พร้อมคุณสมบัติ PurColor ที่ช่วยปรับแต่งสีให้มีความแม่นยำและเป็นธรรมชาติมากที่สุด รวมไปถึงฟังก์ชั่น Auto-Depth Enhancer ซึ่งเป็นระบบปรับความลึกหรือมิติของภาพให้มีความคมชัด เพื่ออรรถรสในการรับชมอย่างไร้ขีดจำกัด

นอกเหนือจากรูปทรงดีไซน์ของสมาร์ททีวีที่ดูล้ำสมัย และความคมชัดของภาพแล้ว Samsung Smart TV รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการที่ใช้งานได้ง่าย ๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น ‘Smart View’ ที่รองรับกับมือถือสมาร์ทโฟนทุกระบบ ให้คุณสามารถเลือกออพชั่นต่าง ๆ ของสมาร์ททีวีได้ผ่านสมาร์ทโฟนของคุณเอง

อีกทั้งยังควบคู่มากับระบบอัจฉริยะ Smart Hub ที่จะช่วยรวบรวมทุกรายการที่ตรงกับความสนใจของคุณให้มาแสดงผลในหน้าเดียว เพื่อง่ายต่อการเลือกชมได้อย่างอิสระ และสั่งการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยรีโมทอัจฉริยะที่รองรับการสั่งการผ่านระบบเสียงโดยตรง แถมยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ได้ด้วยระบบเชื่อมต่ออัตโนมัติอีกด้วย

ข้อดีข้อเสีย
➕ ใช้งานง่ายผ่านแอพฯ Smart View➖ ไม่สามารถแขวนผนังได้
➕ มีระบบ Smart Hub สะดวกต่อการค้นหารายการที่ชื่นชอบ➖ ราคายังไม่รวมค่าบริการรายเดือนจากผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง
➕รองรับการรับชมวิดีโอแบบ 360 องศา
Lazada Logo

Samsung 49″ รุ่น MU6300

Samsung 49″ UHD 4K Curved Smart TV รุ่น MU6300 Series 6 - Lazada

3. LG 49″ UHD Smart TV รุ่น 49UJ630T

LG 49″ UHD Smart TV รุ่น 49UJ630T

เต็มอิ่มจุใจกับระบบเสียง Ultra Surround ด้วยราคา Smart TV ที่คุ้มค่ากว่า

LG 49″ รุ่น 49UJ630T
รายละเอียดLG 49″ รุ่น 49UJ630T
ขนาด110.41 x 70.1 x 31.05 เซ็นติเมตร
การรับประกัน1 ปี

เปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการรับชมรายการโทรทัศน์ด้วย LG Smart TV ราคาคุ้มค่ากับฟังก์ชั่นที่แถมมาให้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบ IPS พร้อมแสดงผลภาพแบบ 4K ด้วยความละเอียดกว่า 8 ล้านพิกเซล เพื่อความชัดสมจริงจากทุกมิติมุมมองของผู้รับชม

อีกทั้งยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการแสดงผลภาพด้วย 4K Upscaler ที่ช่วยให้ความคมชัดของภาพละเอียดมากกว่าเดิมถึง 6 เท่า!! และประกอบกับระบบ True Color Accurancy ซึ่งจะช่วยทำให้ภาพดูสมจริงเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นไปอีก

นอกจากเรื่องความคมชัดของภาพที่ LG Smart TV ทำออกมาได้ดีไม่แพ้เจ้าอื่นแล้ว ยังมีเรื่องของระบบเสียงแบบ Ultra Surround ให้คุณสามารถฟังเสียงจากทุกทิศทางรอบตัวได้อย่างสมจริง รับรองความสนุกระหว่างการรับชมจากทั้งภาพและเสียงที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัวมากที่สุด

LG Smart TV รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่มีระบบปฏิบัติการที่เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน ด้วยระบบปฏิบัติการ webOS 3.5 สามารถใช้งานคู่กับ LG Magic Remote และ Launcher Bar เพื่อเข้าถึงการสลับฟีเจอร์ต่าง ๆ และแอพพลิเคชั่นจากทั่วโลกบนสมาร์ททีวีได้ตามที่คุณต้องการ

และยังการันตีด้านความปลอดภัยด้วยระบบรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ที่ผ่านการรับรองจาก CAP2900-1 ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ของคุณจะไม่รั่วไหลตลอดอายุการใช้งาน

ข้อดีข้อเสีย
➕ เทคโนโลยีประมวลภาพให้คมชัดแบบซีนต่อซีน➖ ต้องซื้อ LG Magic Remote แยก
➕ มาพร้อมระบบเสียง Ultra Surround➖ ขาตั้งอาจไม่แข็งแรงเท่าที่ควร
➕ มีระบบป้องกันความปลอดภัยด้านข้อมูล
Lazada Logo

LG 49″ รุ่น 49UJ630T

LG 49″ UHD Smart TV รุ่น 49UJ630T - Lazada

4. Sharp 40″ FHD Smart TV รุ่น LC-40LE380X

Sharp 40″ FHD Smart TV รุ่น LC-40LE380X

สมาร์ททีวีจากผู้นำทางด้าน LCD พร้อมฟังก์ชั่นแบบจัดเต็ม..!!

Sharp 40″ รุ่น LC-40LE380X
รายละเอียดSharp 40″ รุ่น LC-40LE380X
ขนาด110.41 x 70.1 x 31.05 เซ็นติเมตร
การรับประกัน1 ปี

หากคุณกำลังมองหา Smart TV ราคาไม่แพง แถมอัดแน่นมาด้วยฟังก์ชั่นแบบจัดเต็ม พร้อมคุณภาพเรื่องสีและเสียงที่คุ้มค่ากับเม็ดเงินมากที่สุด เราขอแนะนำสมาร์ททีวีจาก Sharp FHD Smart TV รุ่นหน้าจอ 40 นิ้ว

จุดเด่นอย่างหนึ่งของสมาร์ททีวีจากยี่ห้อนี้ก็คือ… Sharp เป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ผู้นำด้านเทคโนโลยีการฉายภาพด้วยจอ LCD ซึ่งนับว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่ Sharp ทำออกมาได้ดีกว่าแบรนด์อื่นๆ

Sharp FHD Smart TV ใช้ระบบ Aquos LED ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความคมชัดของภาพอย่างยอดเยี่ยม และยังช่วยเพิ่มระดับความสว่างรวมทั้งค่าของสีให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีความคมชัดสมจริง ผ่านหน้าจอแบบ 4K Ultra HD ที่ละเอียดถึง 3,840 x 2,160 พิกเซลเลยทีเดียว

ในส่วนของเสียงสมาร์ททีวีรุ่นนี้ก็ทำออกมาได้ดีคุ้มค่ากับราคา ด้วยฟังก์ชั่น Dolby Digital Plus ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพเสียงตามหลักระบบ Dolby ให้รองรับอัตราบิทที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ความคมชัดและมิติของเสียงมีคุณภาพมากขึ้นด้วย

พร้อมระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่าย รองรับการใช้งานกับ Netflix, Youtube หรือ Web Browser ต่าง ๆ เพียงเชื่อมต่อ wifi เข้ากับสมาร์ททีวีที่ติดตั้งตัวรับสัญญาณไวไฟมาให้ในตัว

และที่สำคัญสมาร์ททีวีรุ่นนี้ยังช่วยประหยัดค่าไฟในแต่ละเดือนของคุณได้ด้วยระบบประหยัดพลังงาน Super Eco Mode ช่วยลดการใช้พลังงานลงได้เกือบเท่าตัว ซึ่งหากคุณกำลังมองหา Smart TV ราคาดีพร้อมคุณภาพแบบคับแน่น Sharp FHD Smart TV ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวที่น่าจับตามอง

ข้อดีข้อเสีย
➕ รองรับการใช้งานกับ Netflix, Youtube หรือสตรีมมิ่งอื่น ๆ➖ แขวนผนังไม่ได้
➕ เชื่อมต่อได้กับสาย USB, HDMI และสาย LAN➖ ไม่รองรับการสั่งการผ่านสมาร์ทโฟน
➕ ระบบ Super Eco Mode ช่วยประหยัดพลังงาน
Lazada Logo

Sharp 40″ รุ่น LC-40LE380X

Sharp 40″ FHD Smart TV รุ่น LC-40LE380X - Lazada

5. Hisense 43″ 4k UHD Smart TV รุ่น 43N3000UW

Hisense 43" 4k UHD Smart TV รุ่น 43N3000UW

คุ้มค่าราคา Smart TV ด้วยความคมชัด และฟังก์ชั่นพื้นฐานแบบครบครัน

Hisense 43″ รุ่น 43N3000UW
รายละเอียดHisense 43″ รุ่น 43N3000UW
ขนาด96.9 x 56.3 x 8.7 เซ็นติเมตร
การรับประกัน3 ปี

ถ้าคุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกสมาร์ททีวียี่ห้อไหนดี? ที่ราคาไม่สูงเว่อร์จนเกินไป แต่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่ครบครัน เราขอแนะนำให้รู้จักกับสมาร์ททีวีจาก Hisense ทีมีฟังก์ชั่นแบบอัดแน่นจัดเต็มไม่แพ้แบรนด์ดังระดับโลกเลยทีเดียว

สมาร์ททีวีจาก Hisense ขนาด 43 นิ้ว จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีการฉายภาพ LED ด้วยความละเอียดสูงถึง 3840 x 2,160 พิกเซล พร้อมความคมชัดในรายละเอียดต่างๆ แบบซีนต่อซีนระดับ 4K Ultra High Defitnition เพื่อให้คุณรับชมภาพอันคมชัดจากสมาร์ททีวีได้อย่างเต็มอิ่มกว่าที่เคย

ตัวสมาร์ททีวีของ Hisense รองรับการใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Smart TV ซึ่งเป็นระบบที่สามารถใช้งานได้ง่าย ๆ จากการออกแบบด้าน User Interface ให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้ทุกเพศทุกวัย และยังสามารถเลือกใช้แอพพลิเคชั่นที่คุณชื่นชอบผ่านสมาร์ททีวีควบคู่กับการรับชมภาพยนตร์ได้พร้อม ๆ กัน

ความพิเศษอันโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งต้องยกให้กับตัวรีโมทที่แถมมากับเครื่อง ด้วยปุ่ม One-Touch-Access แค่กดเพียงครั้งเดียวก็ช่วยให้สมาร์ททีวีของคุณ เข้าสู่โลกแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อรับชมสิ่งที่คุณสนใจได้ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Youtube หรือแม้แต่ Amazon

ซึ่งหากเทียบราคาและฟังก์ชั่นกับรุ่นอื่น ๆ แล้ว จะเห็นได้ว่า Hisense 4K UHD Smart TV เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุ้มค่ากับการลงทุนเพื่อความสุขอยู่ไม่น้อย

ข้อดีข้อเสีย
➕ รีโมทมีปุ่ม One-Touch-Access ➖ ต้องใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับ iOS
➕ รองรับการเชื่อมต่อกับสาย HDMI และ USB➖ ไม่สามารถเชื่อมต่อกับบลูทูธได้
➕ มีฟังก์ชั่นล็อคช่องสำหรับเด็กที่อายุไม่ถึง
Lazada Logo

Hisense 43″ รุ่น 43N3000UW

Hisense 43" 4k UHD Smart TV รุ่น 43N3000UW - Lazada

6. Sony 40″ LED Smart TV รุ่น KDL-40W650D

Sony 40" LED Smart TV รุ่น KDL-40W650D

ผู้นำด้านนวัตกรรมแห่งคุณภาพ พร้อมดีไซน์ที่บางเฉียบ ไม่เปลืองเนื้อที่ในการติดตั้ง

Sony 40″ รุ่น KDL-40W650D
รายละเอียดSony 40″ รุ่น KDL-40W650D
ขนาด92.4 x 54.9 x 6.6 เซ็นติเมตร
การรับประกัน1 ปี

หนึ่งในสมาร์ททีวีจาก Sony ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเพราะเรื่องคุณภาพและความเชื่อมั่นที่หลายคนมีแต่แบรนด์ Sony หรือเทคโนโลยีฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ถูกใส่เข้ามาให้คุ้มค่ากับราคาของ Smart TV

Sony LED Smart TV มาพร้อมกับระบบประมวลผลภาพ X-Reality Pro ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยปรับความคมชัด และรายละเอียดของภาพให้ออกมาสวยงามมากที่สุด ซึ่งนับว่าเป็นจุดเด่นชูโรงด้านหน้าจอ LED ของค่าย Sony เลยก็ว่าได้

นอกจากความโดดเด่นในเรื่องของการประมวลผลภาพแล้ว Sony LED Smart TV ยังถูกสร้างขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีการออกแบบให้มีขนาดที่เพรียวบางอย่างลงตัว ด้วยความหนาของขนาดตัวเครื่องเพียงแค่ 0.89 เซ็นติเมตรเท่านั้น..!! แถมด้วยขาตั้งรูปทรงดีไซน์สุดล้ำให้การตั้งสมาร์ททีวีของคุณดูมีสไตล์อันโดดเด่นมากขึ้น

อีกทั้งยังรองรับระบบ Photo Sharing Plus ที่จะช่วยให้คุณและเพื่อน ๆ สามารถแบ่งปันภาพหรือวิดีโออันน่าจดจำต่าง ๆ ผ่านสมาร์ททีวีโดยเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ภายนอกพร้อมกันได้มากถึง 10 เครื่อง

และยังสามารถเชื่อมต่อเพื่อสั่งการสมาร์ททีวีได้ง่าย ๆ ผ่านระบบ Screen Mirroring ให้คุณเลือกชมรายการโปรด หรือท่องเว็บฯ ได้อย่างอิสระเพียงปลายนิ้วสัมผัสบนสมาร์ทโฟน

ข้อดีข้อเสีย
➕ เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้ทีละ 10 เครื่อง➖ ไม่มีขาสำหรับแขวนติดผนังแถมมาให้
➕ ตัวสมาร์ททีวีมีขนาดบางเฉียบ ดูทันสมัย
➕ รองรับระบบปฏิบัติการผ่านสมาร์ทโฟนได้โดยตรง
Lazada Logo

Sony 40″ รุ่น KDL-40W650D

Sony 40" LED Smart TV รุ่น KDL-40W650D - Lazada

7. Toshiba 32″ Smart TV รุ่น 32L5650VT

Toshiba 32" Smart TV รุ่น 32L5650VT

Smart TV ราคาประหยัด แต่คุณภาพและฟังก์ชั่นนั้นไม่เป็นสองรองใคร

Toshiba 32″ รุ่น 32L5650VT
รายละเอียดToshiba 32″ รุ่น 32L5650VT
ขนาด73.5 x 48.2 x 19.3 เซ็นติเมตร
การรับประกัน1 ปี

สมาร์ททีวีจาก Toshiba แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความคงทนและอายุการใช้งานของสินค้า สำหรับสมาร์ททีวีรุ่นนี้มันไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่เป็นหน้าจอเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตเท่านั้น

แต่ Toshiba Smart TV ได้เลือกใช้ระบบแสดงผลภาพ Backlight แบบ Direct LED ซึ่งจะช่วยให้ผู้ชมได้รับความละเอียดและสีของภาพแบบเที่ยงตรง บนความละเอียด 1,366 x 768 พิกเซล พร้อมระบบ Contrast Booster ที่ช่วยให้ค่าสีที่ขัดแย้งกันในภาพมีความกลมกลืนมากขึ้น

สมาร์ททีวีรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับรูปทรงดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย และไม่หวือหวาจนเกินไป ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการติดตั้งสมาร์ททีวีไว้ยังจุดที่ท่านต้องการ

เรื่องฟังก์ชั่นก็ต้องถือว่าสมาร์ททีวีรุ่นนี้จัดเต็มมาให้ผู้ใช้งานทุกท่านเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะด้วยเทคโนโลยี MHL ที่ช่วยให้คุณเชื่อมต่อคอนเทนต์ที่สนใจจากสมาร์ทโฟน ไปรับชมบนจอสมาร์ททีวีได้เต็มอิ่มกว่า อีกทั้งยังรองรับการท่องเว็บไซต์ต่าง ๆ ด้วย Browser ที่สามารถติดตั้ง Favorite ได้ด้วย

อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญของสมาร์ททีวีรุ่นนี้ก็คือ มันสามารถบันทึกรายการโปรดของเราเพื่อกลับมาย้อนดูทีหลังได้ง่าย ๆ อีกด้วย พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับสัญญาณอินเตอร์เน็ต สาย HDMI และสาย USB

ข้อดีข้อเสีย
➕ ราคาถูกเมื่อเทียบกับฟังก์ชั่นที่ได้➖ ไม่รองรับ Netflix
➕ มีระบบการใช้งานที่ง่ายไม่ซับซ้อนจนเกินไป➖ ไม่รองรับการเชื่อมต่อกับบลูทูธ
➕ อัดรายการทีวีเพื่อรับชมย้อนหลังได้
Lazada Logo

Toshiba 32″ รุ่น 32L5650VT

Toshiba 32" Smart TV รุ่น 32L5650VT - Lazada

8. Aconatic 32″ Smart TV รุ่น AN-32DH800SM

Aconatic 32" Smart TV รุ่น AN-32DH800SM

Smart TV ราคาประหยัด พร้อมการฟีเจอร์ที่ได้มาตรฐานไม่แพ้รุ่นอื่น ๆ

Aconatic 32″ รุ่น AN-32DH800SM
รายละเอียดAconatic 32″ รุ่น AN-32DH800SM
ขนาด70 x 46.3 x 18 เซ็นติเมตร
การรับประกัน3 ปี

หากคุณกำลังมองหา Smart TV ราคาน่าคบหา ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นพื้นฐานทั่วไปที่สมาร์ททีวีควรจะมี หรือไม่ต้องการสมาร์ททีวีรุ่นที่มีลูกเล่นหวือหวาซับซ้อนจนเกินไป สมาร์ททีวีจาก Aconatic ขนาด 32 นิ้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

ตัวหน้าจอแสดงผลภาพด้วยระบบ HD Ready ให้ความละเอียดภาพสูงถึง 1,366 x 768 พิกเซล ซึ่งจะช่วยให้ได้รับชมภาพที่คมชัดสมจริง แถมพ่วงด้วยเทคโนโลยีอัตราส่วนค่าสีขาว-ดำ 800:1 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนค่าสีที่เหมาะสมกับการฉายภาพให้คมชัดมากที่สุด และช่วยให้การรับชมเป็นมิตรต่อสายตามากขึ้นด้วยค่าแสงสว่างแบบ 200cd/m2 ซึ่งถือเป็นเกณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสายตาเมื่อรับชมเป็นเวลานาน ๆ

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของสมาร์ททีวี Aconatic รุ่นนี้ก็คือ มันถูกติดตั้งมาด้วยระบบ Built in WIFI ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นสำหรับเชื่อมต่อเข้ากับสัญญาณอินเตอร์เน็ต และควบคุมสัญญาณการรับชมผ่านอินเตอร์เน็ตก็ได้เช่นกัน แถมยังรองรับแอพพลิเคชั่นผ่านระบบปฏิบัติการ Smart TV อีกด้วย

ตัวดีไซน์ก็ถือว่าเรียบง่ายไม่แพ้แบรนด์ Smart TV ราคาสูง ขนาดของหน้าจอไม่หนาหรือหนักจนเกินไป พร้อมกับขาตั้งที่คงทนแข็งแรงได้มาตรฐาน รับประกันว่าคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน

ข้อดีข้อเสีย
➕ ฟังก์ชั่นพื้นฐานครบครัน➖ ไม่รองรับบลูทูธ
➕ ราคาถูก➖ ไม่รองรับ Netflix
➕ เชื่อมต่อกับ HDMI และ USB ได้
Lazada Logo

Aconatic 32″ รุ่น AN-32DH800SM

Aconatic 32" Smart TV รุ่น AN-32DH800SM - Lazada

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 8 ตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคำถามที่ว่า ‘เราควรเลือกสมาร์ททีวียี่ห้อไหนดี?’ ซึ่งเราก็ได้รวบรวมมาให้อย่างหลากหลาย มีทั้งสมาร์ททีวีราคาถูกแต่คุ้มค่าการใช้งาน ไปจนถึงสมาร์ททีวีราคาหลักหมื่นเพื่อการรับชมที่เต็มอิ่มกว่า ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ซื้อเองแล้วว่า รุ่นไหน แบบไหน จะเหมาะสมกับการใช้งานของเรามากที่สุด

1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (334 โหวต, เฉลี่ย: 4.76 จาก 5)
Loading...